ภาษาไทย วิถีไทย วัฒนธรรมไทย

                “วัฒนธรรมในภาษาไทย มาจากคำสองคำ คำว่า “วัฒน” จากคำศัพท์ วฑฺฒน” ในภาษาสันสกฤต หมายถึงความเจริญ ส่วนคำว่า “ธรรม” มาจากคำศัพท์ “ธรฺม” ในภาษาสันสกฤต หมายถึงความดี เมื่อนำสองคำมารวมกันจึงได้คำว่า “วัฒนธรรม” หมายถึงความดีอันจะก่อให้เกิดความงอกงามที่เป็นระเบียบเรียบร้อย  พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ได้ให้ความหมายของวัฒนธรรมไว้ว่าเป็น “สิ่งที่ทำความเจริญงอกงามให้แก่หมู่คณะ เช่นวัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมในการแต่งกาย, วิถีชีวิตของหมู่คณะ เช่น วัฒนธรรมพื้นบ้าน วัฒนธรรมชาวเขา คำว่า “วัฒนธรรม” ในภาษาไทยตามความหมายนี้ใกล้เคียงกับคำว่า “อารยธรรม” ส่วนคำว่า “culture” ในภาษาอังกฤษ ที่แปลว่าวัฒนธรรมนั้น มาจากภาษาละติน คำว่า “cultura” ซึ่งแยกมาจากคำ “colere” ที่แปลว่า การเพาะปลูก ส่วนความหมายทั่วไปในสากล หมายถึงรูปแบบของกิจกรรมมนุษย์และโครงสร้างเชิงสัญลักษณ์ที่ทำให้กิจกรรมนั้นเด่นชัดและมีความสำคัญ

            มีการกล่าวถึงวัฒนธรรมว่าเป็น “หนทางทั้งหมดแห่งการดำเนินชีวิต” ซึ่งรวมถึงกฎกติกาแห่งกิริยามรรยาท การแต่งกาย ศาสนา พิธีกรรม  ปทัสถานแห่งพฤติกรรม เช่น กฎหมาย และศีลธรรม ระบบของความเชื่อรวมทั้งศิลปะ เช่น ศิลปะการทำอาหาร

            การนิยามที่หลากหลายนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของทฤษฎีที่จะทำให้เกิดความเข้าใจ หรือทำให้เกิดเกณฑ์เพื่อใช้ในการประเมินกิจกรรมของมนุษย์ โดยในปี พ.ศ. 2414 เอ็ดเวิร์ด เบอร์เนต ไทเลอร์ ได้พรรณนาถึงวัฒนธรรมในมุมมองด้านมานุษยวิทยาสังคม ไว้ว่า “วัฒนธรรม หรือ อารยธรรม หากมองในเชิงชาติพันธุ์วรรณนาอย่างกว้าง ๆ ก็คือ ความทับซ้อนกันระหว่างความรู้ ความเชื่อ ศิลปะ ศีลธรรม กฎหมาย ประเพณีและสมรรถนะอื่นที่มนุษย์ต้องการแสวงหาเพื่อการเป็นสมาชิกของสังคม

             เมื่อปี พ.ศ. 2543  ยูเนสโก  ได้พรรณนาถึงวัฒนธรรมไว้ว่า “…วัฒนธรรมควรได้รับการยอมรับว่าเป็นชุดที่เด่นชัดของจิตวิญญาณ เรื่องราว สติปัญญาและรูปโฉมทางอารมณ์ของสังคม หรือกลุ่มสังคม ซึ่งได้หลอมรวมเพิ่มเติมจากศิลปะ วรรณคดี การดำเนินชีวิต วิถีชีวิตของการอยู่ร่วมกัน ระบบคุณค่า ประเพณีและความเชื่อ” 

           จากความหมายทั้งหมดที่กล่าวมา พอที่จะสรุป ความหมายของวัฒนธรรมได้ว่า คือ สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาแล้วก่อให้เกิดความเจริญงอกงาม ความสงบเรียบร้อย ความจรรโลงใจ แก่การดำเนินชีวิต

ประเภทของวัฒนธรรม

ตามพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ ปีพุทธศักราช 2485 ได้แบ่งประเภทวัฒนธรรมออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่

  • คติธรรม (Moral) คือวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับหลักในการดำรงชีวิตส่วนใหญ่เป็นเรี่องของจิตใจ และได้มาจากศาสนา ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของสังคม เช่น ความเสียสละ ความขยัน หมั่นเพียร การประหยัดอดออม ความกตัญญู ความอดทน ทำดีได้ดี เป็นต้น
  • เนติธรรม (Legal) คือวัฒนธรรมทางกฎหมาย รวมทั้งระเบียบประเพณีที่ยอมรับนับถือกันว่ามีความสำคัญพอ ๆ กับกฎหมาย เพื่อให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
  • สหธรรม (Social) คือวัฒนธรรมทางสังคม รวมทั้งมารยาทต่าง ๆ ที่จะติดต่อเกี่ยวข้องกับสังคม เช่น มารยาทในการรับประทานอาหาร มารยาทในการติดต่อกับบุคคลต่าง ๆ ในสังคม
  • วัตถุธรรม (Material) คือวัฒนธรรมทางวัตถุ เช่น เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค บ้านเรือน อาคารสิ่งก่อสร้างต่างๆ สะพาน ถนน รถยนต์ เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

ปัจจุบันเพื่อสะดวกแก่การศึกษาและส่งเสริมวัฒนธรรม สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้แบ่งออกเป็น 5 สาขา คือ

  1. สาขามนุษยศาสตร์ ได้แก่ ขนบธรรมเนียมประเพณี คุณธรรม ศีลธรรม ศาสนา ปรัชญา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี มารยาทในสังคม การปกครอง กฎหมาย เป็นต้น
  2. สาขาศิลปะ ได้แก่ ภาษา วรรณคดี ดนตรี นาฏศิลป์ วิจิตรศิลป์ สถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม เป็นต้น
  3. สาขาช่างฝีมือ ได้แก่ การเย็บปักถักร้อย การแกะสลัก การทอผ้า การจัดสาน การทำเครื่องเขิน การทำเครื่องเงิน เครื่องทอง การจัดดอกไม้ การประดิษฐ์ การทำเครื่องปั้นดินเผา เป็นต้น
  4. สาขาคหกรรมศิลป์ ได้แก่ ความรู้เรื่องอาหาร การประกอบอาหาร ความรู้เรื่องการแต่งกาย การอบรมเลี้ยงดูเด็ก การดูแลบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ความรู้เรื่องยา การรู้จักใช้ยา ความรู้ในการอยู่รวมกันเป็นครอบครัว เป็นต้น
  5. สาขากีฬาและนันทนาการ ได้แก่ การละเล่น มวยไทย ฟันดาบสองมือ กระบี่กระบอง การเลี้ยงนกเขา ไม้ดัดต่าง ๆ เป็นต้น      

ความเกี่ยวข้องของภาษากับวัฒนธรรม

           จากการที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้จัดให้ภาษาและวรรณคดีอยู่ในวัฒนธรรมประเภทสาขาศิลปะ ทำให้เราเห็นได้ว่า ภาษาและวรรณคดีเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งซึ่งมีคุณค่าและความสำคัญอย่างยิ่ง  แต่ไม่เพียงเท่านั้นภาษาและวรรณคดียังมีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมในอีกด้านหนึ่งที่สำคัญไม่น้อย คือ ภาษาเป็นสิ่งที่ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมและทั้งยังช่วยสืบทอดวัฒนธรรมต่างๆให้คงอยู่ต่อไปอีกด้วย

          ซึ่งในส่วนของเว็บไซต์นี้จะได้กล่าวถึงและยกตัวอย่าง ภาษา วรรณคดีและวรรณกรรม ที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเชื่อ ทัศนคติ แบบไทยๆ อันได้แก่

  1. วิถีไทยล้านนา  

  2. วิถีไทยภาคกลาง  

  3. วิถีไทยภาคอีสาน  

  4. วิถีไทยภาคใต้  

  5. พลังของภาษา  

  6. ประเพณีไทยในวรรณคดี  ได้แก่

     พระราชพิธีสิบสองเดือน      นิราศเดือน

  7. ความเชื่อที่พบในวรรณคดี  

  8. ค่านิยมไทยในวรรณคดี 

  9. ภูมิปัญญาทางภาษา  

 

แหล่งข้อมูล : (http://www.baanjomyut.com/library)

: https://th.wikipedia.org