Posted in การใช้ทักษะภาษา

การฟัง

    การฟัง   

การฟังเป็นทักษะการสื่อสารของมนุษย์ที่มนุษย์ใช้มากกว่าทักษะอื่นในชีวิตประจำวัน เป็นทักษะภาษาทักษะแรกที่มนุษย์สามารถปฏิบัติได้ อีกทั้งเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการดำรงชีวิตเพราะการฟังเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวสั่งสมเป็นความรู้สืบต่อมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

การที่ผู้ฟังจะสามารถรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสัมฤทธิผลตามจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ ผู้ฟังควรมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับทักษะการฟัง เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาตนเองให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้เป็นอย่างดี

 ความหมายและความสำคัญของการฟัง        

การฟัง หมายถึง การรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ จากแหล่งของเสียง ซึ่งอาจจะรับรู้ผ่านผู้พูดโดยตรง หรือรับรู้ผ่านอุปกรณ์บันทึกเสียงแบบต่าง ๆ โดยแหล่งเสียงจะส่งผ่านประสาทสัมผัสทางหูเข้ามา แล้วผู้ฟังเกิดการรับรู้ความหมายของเสียงที่ได้ยิน จากนั้นนำความหมายที่ได้รับรู้ไปพิจารณาทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ของผู้พูด ประเมินค่าสารที่ได้ฟัง และสามารถนำสารที่ได้จากการฟังไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันของตนได้ ขั้นตอนและกระบวนการการฟังเพื่อรับสารมีดังนี้

         ได้ยิน     รับฟัง    ทำความเข้าใจ     นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์

การฟังที่ดีมีประสิทธิภาพคือ การฟังอย่างมีวิจารณญาณ คือ การฟังที่มีประสิทธิภาพ นอกจากการฟังเพื่อการรับสารแล้ว  ต้องมีการวิเคราะห์ ใคร่ครวญ วินิจฉัย ประเมินค่า และเพื่อใช้ประโยชน์ ในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริงตามจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ทุกประการ

   ขั้นตอนและกระบวนการฟัง 

               จากความหมายของการฟัง เราสามารถนำมาเขียนเป็นกระบวนการฟังได้ 6 ขั้นตอน ดังนี้

  1. ขั้นได้ยินเสียง กระบวนการฟังจะเริ่มต้นตั้งแต่การได้ยินเสียงจากแหล่งของเสียงซึ่งแพร่คลื่นเสียงที่มีลักษณะเป็นคลื่นไฟฟ้าผ่านอากาศเข้ามา ประสาทสัมผัสทางหู หรือโสตประสาทจะรับเสียงเหล่านั้นผ่านเข้าไปยังสอง
  2. ขั้นรับรู้ เมื่อเสียงผ่านเข้าไปยังสมองแล้ว สมองจะจำแนกเสียงพยางค์ไปตามลักษณะโครงสร้างทางไวยากรณ์ของแต่ละภาษา หากเป็นเสียงในภาษาที่ผู้ฟังรู้จักและเข้าใจจะเกิดการรับรู้ แต่หากผู้ฟังไม่รู้จักเสียงที่ผ่านเข้ามาก็จะไม่เกิดความหมายใด
  3. ขั้นตีความ เป็นขั้นที่ผู้ฟังแปลความหมาย หรือตีความหมายของประโยคหรือสิ่งที่ได้ยิน ได้ฟัง
  4. ขั้นเข้าใจ เป็นขั้นการฟังซึ่งผู้ฟังสามารถเข้าใจความหมายของใจความสำคัญของผู้พูดได้อย่างถูกต้อง
  5. ขั้นพิจารณาหรือขั้นเชื่อ เป็นขั้นที่ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ฟังที่จะตัดสินว่าเรื่องที่ได้ยินมานั้น เป็นความจริงเพียงใด น่าเชื่อถือได้หรือไม่ ยอมรับได้หรือไม่ และเป็นประโยชน์ต่อตนเองหรือไม่
  6. ขั้นการนำไปใช้ เมื่อพิจารณาสารเรียบร้อยแล้ว ผู้ฟังจะนำความรู้ความเข้าใจที่ได้จากการฟังไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคมต่อไป

  ความสำคัญของการฟัง  

การฟังเป็นกระบวนการสื่อสารที่มนุษย์ใช้ก่อนทักษะอื่น ดังนั้นทักษะการฟังจึงมีความสำคัญมากในการติดต่อสื่อสาร ซึ่งสามารถจำแนกความสำคัญเป็นประเด็น ๆ ดังนี้

  1. การฟังเป็นกระบวนการรับสารที่เราใช้มากที่สุดในชีวิตประจำวัน เช่น การติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำวันของมนุษย์ มนุษย์สามารถติดต่อสื่อสารการฟังโดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ โทรศัพท์ วิทยุ โทรทัศน์ ฯลฯ จากสถิติการวิจัยของวิลเลียม เอฟ แมคคี เขียนไว้ในหนังสือ “Language Teaching Analysis” ว่า วันหนึ่ง ๆ ของคนเราจะมีการฟัง 48% การพูด 23% การอ่าน 16% และการเขียน 13% (อ้างถึงใน สถาบันราชภัฏสวนดุสิต. 2539: 6)
  2. การฟังเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการแสวงหาความรู้ทุกสาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็นความรู้ทางด้านการเรียนทุกระดับ ทุกวิชาชีพ ซึ่งเป็นความรู้ที่มนุษย์ต้องการมากที่สุด
  3. การฟังเป็นทักษะส่งเสริมความคิดและความฉลาดรอบรู้ เป็นพหูสูต(ผู้สดับตรับฟังมาก) ทำให้ประสบความสำเร็จและก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. การฟังช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์สิ่งที่แปลกใหม่โดยการวิเคราะห์ ตีความ นำมาประยุกต์ปรับเปลี่ยนได้อย่างเหมาะสม เกิดความงอกงามทางความรู้ ความคิด และสติปัญญา
  5. การฟังเป็นทักษะที่ก่อให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน เช่น การฟังเพลง นิทาน วรรณคดี เป็นต้น
  6. การฟังช่วยให้ผู้รับสารเป็นผู้พูดและผู้เขียนที่มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล เพราะการฟังช่วยให้ผู้ฟังได้รับความรู้ ประสบการณ์ด้านเนื้อหาสาระ ภาษาถ้อยคำทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง เพื่อเป็นข้อมูลในการพูดและการเขียนต่อไป

  จุดมุ่งหมายของการฟัง  

  • เพื่อให้เกิดความรู้
  • เพื่อให้เกิดความเพลิดเพลินและซาบซึ้งใจ
  • เพื่อให้ได้คติชีวิตหรือจรรโลงใจ
  • เพื่อติดต่อสื่อสารกันในชีวิตประจำวัน

  ปัจจัยที่ช่วยให้การฟังเกิดสัมฤทธิผล

  • ประสบการณ์
  • วุฒิภาวะ
  • สติปัญญา /การประมวลข้อมูลอย่างมีเหตุผล
  • การฝึกฝนตนเองอยู่เป็นนิจ
  • การปลูกฝังนิสัยรักการฟัง
  • ความคิดสร้างสรรค์

  มารยาทการฟังที่ดี       

  • มีความตั้งใจและพร้อมที่จะฟัง
  • มีสมาธิ ติดตามเนื้อหาที่ฟังโดยตลอด
  • มีจิตใจเป็นกลาง ไม่มีอคติในทางใดทางหนึ่งที่จะนำไปสู่การจับผิด
  • ให้เกียรติผู้พูด ไม่แสดงกิริยาดูหมิ่นหรือก้าวร้าว
  • ไม่แสดงอาการใด ๆ เป็นการรบกวนสมาธิของผู้พูดหรือผู้ร่วมฟัง
  • บันทึกเรื่องราวที่ได้ฟังอย่างถูกต้องตามลำดับ
  • มีความสำรวมในการนั่งฟังด้วยที่นั่งที่สุภาพเรียบร้อย ถูกต้องตามวัฒนธรรม ไม่แสดงอาการง่วงเหงาหาวนอน
  • หากมีข้อสงสัยจะถาม ควรรอจังหวะที่เหมาะสม ขออนุญาตถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ ห้ามประชดประชันหรือลองภูมิ

  การฟังประเภทต่างๆ 

  • การฟังการสื่อสารระหว่างบุคคล และการสื่อสารภายในกลุ่ม
  • การฟังการสื่อสารสาธารณะ
  • การฟังสื่ออิเล็กทรอนิกส์
  1. หลักในการฟังการสื่อสารระหว่างบุคคล
  • ปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นได้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนระดับใด เพศใด หรือแม้แต่คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
  • สนใจฟังสารอยู่ตลอดเวลา และแสดงปฏิกิริยาตอบสนองผู้ส่งสารทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษา
  • มีมารยาทในการฟัง ใช้คำพูดสุภาพ แสดงอาการสนใจ ซักถามและสนับสนุนบ้างตามความหมาะสม

  อุปสรรคในการฟังเพื่อการสื่อสารระหว่างบุคคล 

  • มีอคติต่อคู่สนทนา
  • ความคิดเห็นขัดแย้งกัน
  • อวัยวะในการฟังบกพร่อง
  • รับสารจากคนต่างวัฒนธรรม

 การฟังการสื่อสารภายในกลุ่ม

เป็นการสื่อสารภายในกลุ่มจะมีจำนวนตั้งแต่สามคนขึ้นไปสื่อสารกัน อาจเป็นการสื่อสารภายในองค์กร หน่วยงาน เพื่อระดมสมอง ความคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะ เช่น การประชุม สัมมนา

  หลักการฟังการสื่อสารภายในกลุ่ม

  • มีส่วนร่วมในการสื่อสาร
  • ศึกษาข้อเท็จจริง ข้อมูล ข่าวสารต่าง ๆ มาล่วงหน้า
  • อ่านเอกสารที่ได้รับในการฟังประกอบ
  • ฟังอย่างสงบ อดทน มีมารยาท
  • แสดงความรู้ในเวลาที่เหมาะสม

      อุปสรรคของการสื่อสารภายในกลุ่ม  

  • แยกตัวออกจากกระบวนการสื่อสาร/ไม่ติดตามเรื่องราวที่กำลังประชุมและไม่เสนอความคิดเห็น
  • เป็นฝ่ายค้านตลอดเวลา
  • ผูกขาดการพูดคนเดียว
  • สภาพแวดล้อมของสถานที่ไม่เอื้ออำนวย

2. การฟังการสื่อสารสาธารณะ 

       การสื่อสารสาธารณะเป็นการสื่อสารที่มีคนจำนวนมาก แบ่งบทบาทชัดเจนว่าใครเป็นผู้ส่งสาร และผู้รับสาร แม้จะไม่ได้ระบุกลุ่มผู้ฟังไว้โดยเฉพาะ แต่ผู้ฟังมักจะเป็นผู้มีความรู้ ความสนใจ ความคิดและค่านิยมใกล้เคียงกับผู้ส่งสาร เช่น การฟังปาฐกถา การฟังบรรยายหรือการฟังปราศรัย

 หลักการฟังการสื่อสารสาธารณะ

  • ศึกษาผู้พูดและเรื่องที่จะฟังมาล่วงหน้า
  • มีสมาธิ
  • พยายามฟังและจับประเด็นสำคัญ

อุปสรรคของการฟังการสื่อสารสาธารณะ

  • ขาดความรู้และประสบการณ์ในเรื่องที่ฟัง
  • ไม่รู้จักภูมิหลังของผู้พูด
  • ไม่มีความกระตือรือร้นในการฟัง

3. การฟังสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 

เป็นการฟังสารผ่านสื่อต่าง ๆ ได้แก่ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ ภาพยนตร์ เป็นการสื่อสารทางเดียวที่มีบทบาทมากที่สุดในปัจจุบัน

  หลักการฟังสื่ออิเล็กทรอนิกส์

  • มีวิจารณญาณในการฟัง
  • ฟังอย่างรู้เท่าทันผู้ส่งสาร

       อุปสรรคในการฟังสื่ออิเล็กทรอนิกส์

  • สื่อชำรุด เสียงขาดหาย ภาพพร่ามัว
  • สารเข้าใจยากเกินไป สลับซับซ้อนเกินไป
  • ผู้รับสาร หากฟังจากสื่อแหล่งเดียวทำให้ความคิดไม่กว้าง

 การฟังคำบรรยาย  

คำบรรยาย หมายถึง การพูดชี้แจงหรืออธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟังหรือเขียนเพื่อชี้แจง หรืออธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ให้อ่านโดยเฉพาะข้อความที่เป็นความรู้

  หลักการฟังคำบรรยาย

               ขั้นก่อนการฟังคำบรรยาย ควรปฏิบัติ ดังนี้

  • ผู้ฟังควรตระหนักถึงจุดมุ่งหมายการฟังให้ชัดเจนว่า การฟังคำบรรยายเป็นการฟังเพื่อความรู้ในศาสตร์หรือวิชาการต่าง ๆที่ตนกำลังศึกษาอยู่ขณะนี้
  • ผู้ฟังต้องทราบว่า การฟังคำบรรยายครั้งนี้ จะฟังจากบุคคลที่เป็นผู้ส่งสารโดยตรง หรือ ฟังจากสื่อ
  • ผู้ฟังต้องเตรียมความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง
  • ผู้ฟังควรเลือกที่นั่งให้เหมาะสม ควรนั่งในตำแหน่งที่มองเห็นผู้พูด และได้ยินเสียงผู้พูดชัดเจน
  • ผู้ฟังควรเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ครบถ้วน เช่น ดินสอ ปากกา สมุดบันทึก เป็นต้น

          ขั้นขณะฟังคำบรรยาย ควรปฏิบัติ ดังนี้

  • ผู้ฟังต้องตั้งใจฟังคำบรรยาย
  • ผู้ฟังต้องมีสมาธิขณะที่ฟัง
  • ผู้ฟังต้องมีมารยาทในการฟัง
  • ผู้ฟังต้องมีปฏิกิริยาสัมพันธ์กับผู้พูด เช่น การพยักหน้า สั่นศีรษะ ยิ้ม เป็นต้น
  • ผู้ฟังควรวางใจเป็นกลาง
  • ผู้ฟังควรจดบันทึกสาระสำคัญของการบรรยาย

            ขั้นหลังการฟังคำบรรยาย ควรปฏิบัติ ดังนี้               

  • ผู้ฟังควรทบทวนเรื่องราวที่บันทึกไว้ขณะที่ฟังในทันทีที่มีโอกาส
  • ผู้ฟังควรนำเนื้อหาสาระของคำบรรยายที่ได้ฟังไปใช้ให้เกิดประโยชน์
  • ผู้ฟังควรนำเนื้อหาสาระที่ฟังมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อน ๆ เพื่อให้มีความคิดกว้างไกลมากยิ่งขึ้น

ปัญหาและอุปสรรคในการฟัง          

  เกิดจากผู้ฟัง

  • ขาดสมาธิ ขาดการใฝ่รู้ ไม่มีแรงจูงใจที่จะฟัง
  • ขาดพื้นความรู้ที่จำเป็นต่อการรับสารครั้งนั้น
  • ขาดความเป็นกลาง ขาดความอดทน อดกลั้น และการควบคุมอารมณ์เท่าที่ควร
  • ขาดความพร้อมด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา

เกิดจากผู้พูดหรือสารที่ฟัง

    ขาดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริงที่จะสร้างความชัดเจนให้แก่ผู้ฟัง

–   ขาดกลวิธีที่เหมาะสมในการสร้างความสนใจ

–  ขาดความแม่นยำในเนื้อหา

–   พูดเสียงเบา พูดช้า หรือเร็วเกินไป

–   มีบุคลิกภาพไม่ดีไม่มีมนุษยสัมพันธ์

–   ไม่วิเคราะห์ผู้ฟังก่อนการพูด

–    สารที่ฟังมีเนื้อหายากเกินไป สารไม่เหมาะสมกับเวลา และสถานการณ์

*  เกิดจากสภาพแวดล้อม

–    สถานที่ฟังมีบรรยากาศไม่เหมาะสม

–  แสงสว่างในห้องที่ฟังเพียงพอ

–   อากาศถ่ายเทไม่สะดวก

–  เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เกิดขัดข้อง

  แนวทางการแก้ปัญหาในการฟัง

ถ้าไม่มีพื้นความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง ก็ควรหาหนังสืออ่านเพิ่มเติม

– ใช้อุปกรณ์ในการช่วยฟัง เช่น สมุด ปากกา แถบบันทึกเสียง เครื่องบันทึกเสียง

– ถ้าฟังแล้วจับใจความไม่ได้ ต้องฝึกหัดฟังมากขึ้น

– ต้องฝึกตนเองให้มีความอดทนอดกลั้น ในการฟังให้ได้

 

Advertisements

ผู้เขียน:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s