สำนวนไทย

  สำนวน หมายถึง ถ้อยคำที่เรียบเรียงเป็นข้อความ  หรือคำพูดที่เป็นชั้นเชิง  ไม่ตรงตามรูปแบบภาษา  เป็นถ้อยคำหรือ คำพูดที่มีลักษณะเฉพาะตัว  มีความหมายเป็นนัยแฝงอยู่ กินความกว้าง หรือลึกซึ้ง  นำมาใช้ให้มีความหมายแตกต่างไปจากความหมายเดิมของคำ ๆ นั้น  หรืออาจจะมีความหมายคล้าย กับความหมายเดิมของคำที่นำมาประสมกัน แต่ก็ไม่เหมือนกับความหมายเดิมทีเดียว  เป็นความหมายในเชิงอุปมาเปรียบเทียบ  มักใช้ถ้อยคำที่ไม่ยาวมากแต่กินความมาก   ใช้คำที่ไพเราะ คมคาย สละสลวย  ต้องอาศัยการตีความจึงจะเข้าใจ

ข้อควรคำนึงในการใช้สำนวนไทย  ได้แก่  

1. ควรใช้ให้ถูกต้องตรงตามความหมาย  นั่นคือ  ผู้ใช้จะต้องเรียนรู้และเข้าใจความหมายของสำนวนอย่างถ่องแท้  จึงจะใช้สำนวนได้ถูกต้องตามความหมาย  เพราะมีสำนวนที่มีคำใช้คล้ายกันแต่มีความหมายต่างกัน  จึงใช้แทนกันไม่ได้  แต่ก็มีบางสำนวนที่มี ความหมายเหมือนกัน  คล้ายคลึงกันอาจใช้แทนกันได้  แต่บางสำนวนแม้จะมีความหมายเหมือนกันก็ไม่อาจจะใช้แทนกันได้ทุกสถานการณ์

2.ไม่เขียนสำนวนผิดหรือใช้ต่างไปจากสำนวนที่มีใช้อยู่โดยทั่วไปเพราะจะสื่อความหมายไม่ได้ดังจุดประสงค์

3. ใช้สำนวนให้ถูกต้องตามสถานการณ์  สอดคล้องกับกาลเทศะและบุคคลและใช้ให้พอเหมาะ ไม่ฟุ่มเฟือย จนไม่อาจสื่อสารได้ดังต้องการ  ดังนั้นควรคำนึงถึงโอกาสและความเหมาะสมเป็นสำคัญ

   ตัวอย่างสำนวนไทย  

  1. ชักแม่น้ำทั้งห้า– พูดจาหว่านล้อมเพื่อให้คล้อยตามโดยอ้างสิ่งต่างๆแล้วจึงวกเข้ามาหาจุดมุ่งหมายของตนในภายหลัง
  2. จ้ำจี้จ้ำไช– พูดหรือสอนซ้ำๆซากๆ
  3. ปากเปียกปากแฉะ– ว่ากล่าวตักเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
  4. แจงสี่เบี้ย– อธิบายหรือพูดชี้แจงอย่างละเอียด
  5. ขายผ้าเอาหน้ารอด– ทำให้สำเร็จลุล่วงไปเพื่อรักษาชื่อเสียงของตน , ยอมเสียสละแม้แต่ของจำเป็นที่ตนมีอยู่
  6.  ฆ่าควายเสียดายพริก– ทำการใหญ่ไม่ควรตระหนี่
  7. ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ  ฆ่าช้างเอางา ขี่ช้างจับตั๊กแตน – ฟุ่มเฟือย ลงทุนใหญ่โตแต่ได้ผลไม่คุ้มค่า
  8. ใส่สาแหรกแขวนไว้– เลี้ยงดูอย่างพะเน้าพะนอไม่ต้องให้ทำอะไร
  9. ไข่ในหิน– ของที่ต้องระมัดระวังทะนุถนอมอย่างยิ่ง
  10. ริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม– กล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูบุตรอย่างทะนุถนอม
  11. ตัดไฟต้นลม– ตัดต้นเหตุเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลุกลามต่อไป
  12. ตัดเชือก,ตัดหางปล่อยวัด,ตัดเป็นตัดตาย– ตัดความสัมพันธ์
  13. หัวกระไดไม่แห้ง– บ้านที่มีลูกสาวสวย , บ้านผู้มีอำนาจวาสนา
  14. หมูไปไก่มา– ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันด้วยการให้สิ่งของแลกเปลี่ยนหรือตอบแทนซึ่งกันและกัน
  15. ยื่นหมูยื่นแมว– แลกกันโดยต่างฝ่ายต่างให้และรับในเวลาเดียวกัน
  16. ทนายหน้าหอ– หัวหน้าคนรับใช้ที่ใช้ออกหน้าออกตา
  17. จับแพะชนแกะ– ทำอย่างขอไปที ไม่ได้อย่างนี้ก็เอาอย่างนั้นเข้าแทนที่เพื่อให้ลุล่วงไป
  18. สุกเอาเผากิน– ทำลวกๆ ทำพอเสร็จไปคราวหนึ่งๆ เพราะไม่มีเวลาพอ
  19. คางเหลือง– เป็นอาการของการเจ็บปางตาย
  20.  เจ๊กตื่นไฟ– คนที่เอะอะโวยวาย
  21. ฆ้องปากแตก– คนปากโป้ง เก็บความลับไม่อยู่
  22. ลูบหน้าปะจมูก– ทำอะไรเด็ดขาดจริงใจไม่ได้เพราะเกรงไปกระทบกระเทือนพวกพ้อง
  23. เลือดเข้าตา– สู้ไม่ถอย
  24. เลือดขึ้นหน้า– โกรธมาก
  25. ไปวัดไปวา– รูปร่างหน้าตาดีพอจะอวดเขาได้  
  26. ตำข้าวสารกรอกหม้อ– ไม่วางแผน ทำงานให้เสร็จรอดตัวไปวันหนึ่งๆ
  27. ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวมาปิด– ปิดความชั่วหรือความผิดร้ายแรงที่คนรู้กันทั่วแล้วไม่มิด
  28. เต่าใหญ่ไข่กลบ– ทำอะไรที่เป็นพิรุธและพยายามกลบเกลื่อนไม่ให้คนรู้
  29. มะพร้าวตื่นดก ยาจกตื่นมี– เห่อหรือตื่นเต้นในสิ่งที่ตนไม่เคยมี ไม่เคยได้จนเกินพอดี
  30. มือห่างตีนห่าง– สุรุ่ยสุร่าย เลินเล่อ สะเพร่า ไม่เกี่ยวกับการเดิน
  31. ปากว่าตาขยิบ– ปากกับใจไม่ตรงกัน  
  32. ฆ่าไม่ตายขายไม่ขาด– ตัดความสัมพันธ์แม่กับลูกไม่ขาด
  33. ข้าวเหลือเกลืออิ่ม– บ้านเมืองอุดมสมบูรณ์
  34. ตีนถีบปากกัด– มานะพยายามทำงานทุกอย่างเพื่อปากท้องโดยไม่คำนึงถึงความเหนื่อยยาก
  35. เจ๊กตื่นไฟ– ส่งเสียงเอะอะโวยวาย
  36. หลงหูหลงตา– ผ่านสายตาไปไม่ทันเห็นที่ผิดพลาด ไม่ทันได้แก้
  37. รอดหูรอดตา– มองไม่เห็นแม้จะดูอย่างตั้งใจแล้วก็ตาม
  38.  สอดแนม– ลอบเข้าไปสืบความลับ
  39. เถียงคำไม่ตกฟาก– เถียงไม่หยุดปาก
  40. เถียงข้างๆคูๆ– เถียงอย่างดื้อดันทุรัง
  41. เถียงคอเป็นเอ็น– เถียงไม่ยอมลดละ
  42. เถียงไม่ขึ้น– ไม่อาจเถียงได้เพราะจำนนต่อเหตุผล
  43. เถียงกันไม่ตก– ถกเถียงกันยังไม่ได้ข้อสรุป
  44. นกไร้ไม้โหด ไม้ล้มเงาหาย– พอหมดอำนาจบารมี ก็ไม่มีบริวารห้อมล้อม
  45. ตีขลุม– ตู่หรือหยิบฉวยเอาของผู้อื่นโดยทึกทักว่าเป็นของตน แสดงอาการเป็นเชิงรับสมอ้างเพื่อประโยชน์แก่ตน
  46. ตีตนก่อนไข้– กังวลทุกข์ร้อนหวาดกลัวสิ่งที่ยังไม่เกิด
  47. กระต่ายตื่นตูม– ตื่นตกใจโดยไม่ได้สำรวจหรือพิจารณา
  48. ตาลุกตาพอง ตาโต– ตาเบิกกว้างอยากได้เมื่อเห็นเงิน
  49. เงียบเป็นเป่าสาก– เงียบสนิท คนมากแต่เงียบสนิท
  50. เงียบเป็นป่าช้า– บรรยากาศสถานที่ที่ร้างผู้คน
  51. บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น– ถนอมน้ำใจ  
  52. เสียเบี้ยบ้ายรายทาง– เสียเงินเป็นระยะในขณะทำธุรกิจให้สำเร็จ
  53. ตักน้ำรดหัวตอ– แนะนำพร่ำสอนเท่าไรก็ไม่ได้ผล
  54. สีซอให้ควายฟัง– สั่งสอนคนโง่มักไม่ได้ผล
  55. จนตรอก– ไม่มีทางไป
  56. จนแต้ม– ไม่มีทางเดินหรือไม่มีทางสู้
  57. จนมุม– ไม่มีทางหนี  
  58. ปีนเกลียว– มีความเห็นไม่ลงรอยกันแตกพวกไม่ถูกกัน
  59. ว่าวติดลม– เพลินจนลืมตัว
  60. อีลุ่ยฉุยแฉก– สุรุ่ยสุร่าย
  61. โยนหินถามทาง– ปล่อยข่าวเพื่อหยั่งเสียงหยั่งปฏิกิริยาคนรอบข้าง
  62. คดในข้องอในกระดูก– มีสันดานคดโกง
  63. ไกลปืนเที่ยง– ไม่รู้อะไร  เพราะอยู่ห่างไกลความเจริญ
  64.  ขิงก็ราข่าก็แรง– ต่างฝ่ายไม่ยอมลดละกัน
  65. เกลือจิ้มเกลือ– ไม่ยอมเสียเปรียบกัน แก้เผ็ดให้สาสม
  66. ขนมพอสมน้ำยา– พอดีกันไม่มีใครดีกว่าใคร
  67. สมน้ำสมเนื้อ– สมกัน เหมาะกัน คู่ควรกัน
  68. จุดไต้ตำตอ– พูดหรือทำสิ่งใดบังเอิญไปโดนเจ้าตัว
  69. พลอยฟ้าพลอยฝน– พลอยรับเคราะห์กรรมกับคนอื่นโดยไม่รู้เรื่องด้วย
  70. น้ำลดตอผุด– เมื่อหมดอำนาจ ความชั่วที่ทำไว้ก็ปรากฏ
  71. รักพี่เสียดายน้อง– ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกสิ่งไหนดี
  72. เหยียบเรือสองแคม– ทำทีเข้าด้วยทั้งสองฝ่าย
  73. จับปลาสองมือ– หมายจะให้ได้ทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน
  74. ไม้หลักปักเลน– โลเล ไม่แน่นอน  
  75. กินข้าวร้อนนอนตื่นสาย– สุขสบายทำงานเป็นอิสระ
  76. เอามะพร้าวห้าวไปขายสวน– อวดรู้กับผู้ที่รู้กว่า
  77. สอนจระเข้ว่านน้ำ– สอนสิ่งที่เขารู้หรือถนัดอยู่แล้ว
  78. นกมีหูหนูมีปีก– ทำตัวเข้าทั้งสองฝ่ายตามสถานการณ์
  79. กินน้ำเห็นปลิง– ตะขิดตะขวงใจเมื่อจะทำอะไรสักอย่าง
  80. กินปูนร้อนท้อง– มีพิรุธหรือแสดงอาการเดือดร้อน
  81. เส้นผมบังภูเขา– เรื่องง่ายๆแต่คิดไม่ออก 
  82. ผีซ้ำด้ำพลอย– ถูกซ้ำเติมคราวเคราะห์ร้าย
  83. ปากหวานก้นเปรี้ยว– พูดจาอ่อนหวานแต่ไม่จริงใจ
  84. ปากว่าตาขยิบ– พูดอย่างทำอย่าง ปากไม่ตรงกับใจ
  85. ชีปล่อยปลาแห้ง– เสแสร้งว่าเป็นคนใจบุญ
  86. วันโกนไม่ละวันพระไม่เว้น– ทำชั่วได้ตลอดเวลา
  87. วัวใครเข้าคอกนั้น,กงเกวียนกำเกวียน– กรรมที่ผู้ใดทำไว้ย่อมส่งผลให้แก่ผู้นั้น
  88. ชายข้าวเปลือกหญิงข้าวสาร– หญิงเสียหายง่ายกว่าชาย
  89. เอาทองไปรู่กระเบื้อง– โต้ตอบหรือทะเลาะกับคนพาลไม่สมควร
  90. ฝนตกก็แช่งฟ้าแล้งก็ด่า– ทำอย่างไรก็ไม่ถูกใจก็ด่า
  91. ชักใบให้เรือเสีย– พูดขวางๆให้การสนทนาเขวนอกเรื่อง
  92. เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ– ไม่หนักเอาเบาสู้   
  93. เรือล่มเมื่อจอด ตาบอดเมื่อแก่– คนที่ทำตนเป็นคนดีมาตลอดแต่มาเสียคนเมื่อแก่
  94. กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง– รู้ดีอยู่แล้วแสร้งทำเป็นไม่รู้
  95. จมไม่ลง– คนที่เคยมั่งมี เมื่อถึงคราวตกอับก็ยังทำตัวเหมือนเดิม
  96. เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ– ไม่หนักเอาเบาสู้
  97. เรือล่มเมื่อจอด ตาบอดเมื่อแก่– คนที่ทำตนเป็นคนดีมาตลอดแต่มาเสียคนเมื่อแก่
  98. กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง– รู้ดีอยู่แล้วแสร้งทำเป็นไม่รู้
  99. จมไม่ลง– คนที่เคยมั่งมี เมื่อถึงคราวตกอับก็ยังทำตัวเหมือนเดิม
  100. เงาตามตัว – ผู้ที่ไปไหนมาไหนด้วยกันแทบไม่คลาดกันเลย อาจเป็นพี่น้องหรือเพื่อนสนิทก็ได้ ,สิ่งที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงไปตามกัน

  

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s