ความเชื่อที่พบในวรรณคดี

  ความเชื่อที่พบในวรรณคดีไทย มีหลายประการ เช่น

ความเชื่อเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา เช่น

  • ความเชื่อเรื่องกรรม 

ถึงกรรมจักอยู่ได้                   ฉันใด พระเอย

กรรมบ่มีมีใคร                        ฆ่าข้า

กุศลส่งสนองไป                     ถึงที่ สุขนา

บาปส่งจำตกช้า                     ช่วยได้ฉันใด (ลิลิตพระลอ)

  • ความเชื่อเรื่อง บุญ บาป 

สิ่งใดในโลกล้วน                     อนิจจัง

คงแต่บาปบุญยัง                        เที่ยงแท้

คือเงาติดตัวตรัง                        ตรึงแน่น อยู่นา

ตามแต่บุญบาปแล                     ก่อเกื้อรักษา (ลิลิตพระลอ)

ความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์  เช่น  

  • คาถาอาคม  

เจ้าอุตส่าห์ศึกษาวิชาการ      เขียนอ่านท่องได้แล้วไต่ถาม

ตำรับใหญ่พิชัยสงคราม         สูรย์จันทร์ฤกษ์ยามก็รอบรู้

อยู่ยงคงกระพันล่องหน          ภาพยนตร์ผูกใช้ให้ต่อสู้

รักทั้งเรียนเสกเป่าเป็นเจ้าชู้    ผูกจิตรหญิงอยู่ไม่เคลื่อนคลาย

ท่านขรัวหัวร่อว่าออแก้ว         เรื่องเจ้าชู้รู้แล้วต้องมั่นหมาย

เมียของเขาเจ้าอย่าได้ทำร้าย สาวแก่แม่หม้ายเอาเถิดวา

กูจะให้วิชาสารพัด                ให้ชะงัดเวทมนตร์พระคาถา

ท่วงทีเอ็งจะดีดังจินดา           แล้วคายชานหมากมาให้เณรกิน

เณรแก้วรับแล้วกินชานหมาก ขรัวต่อยด้วยสากแทบหัวบิ่น

ไม่แตกไม่บุบดังทุบหิน           ท่านขรัวหัวเราะดิ้นคากๆ ไป (ขุนช้างขุนแผน)

  • ความเชื่อเรื่องความฝัน  

มักจะเป็นความฝันเพื่อบอกเหตุที่กำลังจะเกิดขึ้น สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ใหญ่ ๆ ได้แก่

1.ฝันดี เช่น นางศรีประจันฝันว่าได้แหวน ต่อมาก็ตั้งครรภ์ พอคลอดลูกออกมาเป็นหญิงก็ตั้งชื่อว่า พิมพิลาไลย
“ว่าพระพิษณุกรรม์เหาะดั้นฟ้า ถือแหวนประดับมาสวมนิ้วนาง”

2.ฝันร้าย เช่น นางวันทองฝันว่าถูกเสือลากเข้าไปในป่า ต่อมานางก็ถูกตัดสินประหารชีวิต

“ฝันว่าพลัดไปในไพรเถื่อน                                    เลื่อนเปื้อนไม่รู้ที่จะกลับหลัง

ลดเลี้ยวเที่ยวหลงในดงรัง                                     ยังมีพยัคฆ์ร้ายมาราวี

ทั้งสองมองหมอบอยู่ริมทาง                                  พอนางดั้นป่ามาถึงที่

โดดตะครุบคาบคั้นในทันที                                   แล้วฉุดคร่าพารี่ไปในไพร”

  • ความเชื่อเรื่องสัตว์บอกเหตุ เช่น  

“สิ้นฝันครั้นตื่นตกประหม่า                         หวีดผวากอดผัวสะอื้นไห้

เล่าความบอกผัวด้วยกลัวภัย                     ประหลาดใจน้องฝันพรั่นอุรา

ใต้เตียงเสียงหนูก็กุกกก                             แมงมุมทุ่มอกที่ริมฝา

ยิ่งหวาดหวั่นพรั่นตัวกลัวมรณา                  ดังวิญญานางจะพรากไปจากกาย

ครานั้นขุนแผนแสนสนิท                            ฟังความตามนิมิตก็ใจหาย

ครั้งนี้น่าจะมีอันตราย                                   ฝันร้ายสาหัสตัดตำรา”

  แมงมุมทุ่มอก  หมายถึง ทุ่มอกคือตีอก เชื่อกันว่าเมื่อแมงมุมตีอกของมันจะเป็นลางร้ายอย่างหนึ่ง

เงื้อดาบจะฟาดให้ขาดกลาง       พอจิ้งจกทักขวางไม่หางที่

เงื้องดอดใจไม่ฆ่าตี                 เคราะห์ดีแล้วมึงจึงจะรอดตัว

  • เขม่นตาบอกเหตุ 

หลังตาขวามีผู้ให้ลาภ             หลังตาซ้ายผู้หญิงกล่าวถึง

กึ่งกลางตาจะมีคนมาสู่                   ตาซ้ายเบื้องต่ำเขาจะหาความเอา

จมูกจะมีคนหาความเอาไม่ดี         หูขวาจะได้ยินข่างร้ายมาบอก

หูซ้ายดีจะได้ลาภ                          คอข้างขวาจะมีลูกชายอันพึงใจ

คอข้างซ้ายจะมีลูกหญิงอันพึงใจ    จะรักข้าวของนักนา

รักแร้ข้างซ้ายจะได้ลาภ                 รักแร้ข้างขวาความจะมาถึง

หัวใจเขาจะทำโทษ                      หลังตาจะได้เป็นน้อยกว่าท่าน

ปากขวาจะมีลาภ                         ปากล่างจะมีทุกข์เพราะญาติ

  • การแต่งกายประจำวัน    

วันอาทิตย์สิทธิโชคโฉลกดี                  เอาเครื่องสีแดงแรงเป็นมงคล

วันจันทร์นั้นควรสีนวลขาว                    จะยืนยาวชันษาสถาผล

อังคารม่วงช่วงงามสีครามปน               เป็นมงคลขัติยาไม่ราคี

วันพุธสุดดีด้วยสีแสด                            กับเหลืองแปดปนประดับสลับสี

วันพฤหัสบดีจัดเครื่องเขียวเหลืองดี      วันศุกร์เมฆหมอกออกสงคราม

วันเสาร์ทรงดำจึงล้ำเลิศ                        แสนประเสริฐเสี้ยนศึกจะนึกขาม

ทั้งพาชีขี่ขับประดับงาม                        ให้ต้องตามสีสันจึงกันภัย

  • ความเชื่อเรื่องผีสาง เทวดา เช่น  

         ปู่รำพึงถึงเทพดา หากันมาแต่ป่า มาแต่ท่าแต่น้ำ มาแต่ถ้ำคูหา ทุกทิศมานั่งเฝ้าพระปู่ เจ้าทุกตำบล ตนบริพารทุกหมู่ ตรวจตราอยู่ทุกแห่ง ปู่ แต่งพระพนัสบดี ศรีพรหมรักษ์ ยักษ์กุมาร บริพารภูตปีศาจ ดาเดียรดาษมหิมา นายกคนแลคน ตนเทพยผู้ห้าวท้าวผู้หาญเรืองฤทธิ์ชาญเหลือหลาย ตั้งเปนนายเปนมุล ตัวขุนให้ขี่ช้าง บ้างขี่เสือขี่สีห์ บ้างขี่หมีขี่หมูบ้างขี่งู่ขี่เงือก ขี่ม้าเผือกผันผาย บ้างขี่ควายขี่แรด แผดร้องก้องน่ากลัว ภูตแปรตัวหลายหลากแปรเปนกากภาษา เปนหัวกาหัวแร้ง แสร้งเปนหัวเสือหัวช้าง เปนหัวกวางหัวฉมัน ตัวต่างกันพันลึก ลคึกกุมอาวุธ เครื่อ งจะยุทธยงยิ่ง เต้นโลดวิ่งระเบง คุกเครงเสียงคะครื้น ฟื้นไม้ไหล้หินผา ดาษดากันผาดเผ้ง รเร้งร้องก้องกู่เกรียง เสียงสเทือนธรณี เทียบพลผีเสร็จสรรพ ปู่ก็บังคับทุกประการ จึ่งบอกสารอันจะใช้ ให้ทั้งยามนตร์ดล บอกทั้งกลอันจะทำ ให้ยายำเขาเผือด มนตราเหือดหายศักดิ์ ให้อารักษ์เขาหนี ผีเขาแพ้แล้วไส้ กูจึงจะใช้สลาเหิร เดิรเวหาไปสู่ เชิญพระภูธรท้าว ชักมาสู่สองหย้าว อย่าคล้าวคำกู สั่งนี้ (ลิลิตพระลอ)

 

   

 

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s