Posted in ภาษาไทย ม6

การใช้ภาษาในหนังสือพิมพ์

การใช้ภาษาในหนังสือพิมพ์

การใช้ภาษาในหนังสือพิมพ์มีลักษณะแตกต่างจากภาษามาตรฐานอยู่บ้างในด้านของการเสนอ ข่าวโดยเฉพาะข่าวหน้าหนึ่ง   ซึ่งพอจะสรุปลักษณะสำคัญในการใช้ภาษา ด้ดังนี้

  1. ใช้ถ้อยคำง่าย ๆ เรียบเรียงถ้อยคำกระชับ รัดกุม  สะดุดตา
  2. ใช้ถ้อยคำแปลก ๆ เรียกร้องความสนใจ
  3. ไม่เคร่งครัดการสะกดการันต์และการใช้ลักษณนาม
  4. ใช้เครื่องหมายต่าง ๆ เพื่อเน้นความหมายของคำ
  5. นิยมใช้คำคะนอง  ศัพท์สแลงและอักษรย่อ
  6. ใช้คำโดยแปลกความหมาย ไม่คำนึงถึงความหมายเดิม
  7. ใช้คำผิดความหมาย  และใช้คำฟุ่มเฟือย
  8. ใช้คำโดยไม่คำนึงถึงระบบของภาษา  และหน้าที่ของคำ
  9. นิยมใช้คำสำนวนต่างประเทศ
  10. ไม่เคร่งครัดแบบแผนของประโยค มักละประธานและคำขยาย

วิเศษ   ชาญประโคน  (2550, หน้า 50-55)  อธิบายว่า   หนังสือพิมพ์มีข้อจำกัดในเรื่อง ของเวลาภาษาหนังสือพิมพ์จึงมีลักษณะเฉพาะต่างจากภาษาในวงการอื่นดังนี้  คือ

  1. ใช้ภาษาแปลกใหม่เพื่อให้สะดุดตาสะดุดใจและจำง่าย  โดยเฉพาะส่วนพาดหัวข่าว  ตัวอย่าง

“ทักษิณ”  กั๊ก  “อภิรักษ์”  ตีกิน

“จับ 2 โจ๋  มือฆ่าหลวงพ่อดำ”

“มหาชนโวย  สั่ง  ขรก. รับ”

“มุ้ง  ทรท. ลุ้นแม้ว ปรับ ครม. ปลดยี้”

  1. มีการใช้ภาษาระดับปากมากที่สุด   ด้วยเหตุผลที่ต้องเสนอข่าวสาร     เหตุการณ์ให้ผู้อ่านรู้สึก ใหม่สดเสมอ  ทันข่าว ทันเหตุการณ์  มีความรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์นั้น  อีกทั้งเพื่อให้ผู้อ่านทุกระดับเข้าใจทันที   ภาษาปากจึงถูกนำมาใช้มากเพราะเป็นคำพื้น ๆ เข้าใจชัดเจน  ภาษาปากได้แก่คำเฉพาะกลุ่ม คำตลาด คำคะนอง สำนวน และคำทับศัพท์

ตัวอย่าง  ภาษาระดับปาก

“อุ้มลูกโดดรถไฟทับ”

“ฝนถล่มทั้งวัน เชียงใหม่ท่วม”

“โผล่ไทยรับบริจาค  ลัทธิเพี้ยน  คลั่งมนุษย์ต่างดาว”

“สนั่นลั่น ชาวบ้าน 185 เสียง เชือด รตม.ทุจริต”

  1. ใช้ถ้อยคำฟุ่มเฟือย เหตุผลที่ต้องใช้ภาษาฟุ่มเฟือยในภาษาหนังสือพิมพ์  เนื่องจากต้องการขยาย รายละเอียดของข่าวหรือเหตุการณ์ให้ชัดเจน และต้องการให้มีความยาว ของข้อความพอเหมาะ กับเนื้อที่ของกระดาษ
  2. ใช้ถ้อยคำกะทัดรัด  ในบางกรณีหากพื้นที่หน้ากระดาษที่จะเสนอข่าวมีจำกัดอย่างเช่น

ส่วนพาดหัวข่าวก็จำเป็นต้องใช้ภาษาที่สั้น  กระชับ  ชัดเจน

ตัวอย่าง

“ป๋าเหนาะเปิดใจ ทำไมไม่  ‘สวน’”

“เป็นงั้นไป แหกโผออกเสียง ‘ภัทรา’ อ้างกดปุ่มผิด”

“ซีทีx  โพลหอการค้าทั่วประเทศ จี้ รบ. แก้ทุจริต”

  1. ใช้เครื่องหมาย ภาษาหนังสือพิมพ์มีการใช้เครื่องหมายประกอบการเขียนมาก  ทั้งเครื่องหมายวรรคตอนและเครื่องหมายอื่น ๆ ที่คิดขึ้นให้สอดคล้องกับข่าว  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งข้อความ  เน้นข้อความสำคัญ  แสดงคำเฉพาะ  ขึ้นหัวข้อใหม่  เป็นต้น  การใช้เครื่องหมายบางครั้งมิได้เป็นไปตามหลักเกณฑ์มากนัก  ตัวอย่าง

มีการใช้ตัวย่อมาก การใช้ตัวย่อในภาษาหนังสือพิมพ์มีค่อนข้างมากกว่าหนังสือทั่วไป  เนื่องจากความจำเป็นในเรื่องของเวลาที่เร่งรัด  และความจำกัดของพื้นที่ข่าวเมื่อผนวกกับคำเต็ม ของตัวย่อบางตัวยาวมาก  จึงเลือกใช้ตัวย่อ ประกอบกับตัวย่อที่ใช้สามารถสื่อความได้ใจความเป็นอย่างดี  เพราะเคยอ่านและได้ยินมาก่อนบ้างแล้ว

ตัวอย่าง

เซียนบุก  กทม. กว้านซื้อหมดหวยเมืองจันท์

ธ.ก.ส. จี้ลดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็น จัดอบรมเกษตรกรทำบัญชี

โผ ครม. โชยจากแดนมังกร ‘ป๋ามวล’ ไม่กล้าหัก  ทรท.

คุก 5 ปีอดีตเลขา  สช.คดีจัดวื้อ  (ข่าวสด)

สว. นักวิชาการแนะทบทวน พรก.           (ข่าวสด)

  1. การใช้ภาษาพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ มีดังนี้

1.1 การใช้คำตัดสั้นหรือกร่อนคำ  ด้วยข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่  คือความกว้างยาวของคอลัมน์ข่าว  ทำให้การใช้คำพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ต้องตัดให้สั้นหรือย่นย่อลงเพื่อกระชับคำให้พิมพ์ลงในเนื้อที่ที่จำกัดได้ เช่น หนุน ใช้แทน  สนับสนุน ยัน ใช้แทน ยืนยัน มะกัน ใช้แทน สหรัฐอเมริกา  เป็นต้น

1.2 การละประธานของประโยค  การพาดหัวข่าวนิยมเขียนประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำกริยา  เพื่อบอกผู้อ่านว่าเกิดอะไรขึ้น  ละประธานของประโยคในฐานะที่เข้าใจได้ โดยเฉพาะเมื่อความสำคัญของเรื่องที่เป็นข่าวไม่ได้อยู่ที่ประธานของประโยค  เพื่อให้ผู้อ่านอ่านรายละเอียดในความนำหรือเนื้อเรื่องของข่าวต่อไป

1.3 การละเว้นคำเชื่อม คำสันธาน หรือส่วนที่ขยายประโยค นอกจากการละประธานของประโยคแล้ว  พาดหัวข่าวมักจะใช้ประโยคเดี่ยวมากกว่าประโยคซ้อน  การใช้ภาษาจึงหลีกเลี่ยงคำเชื่อม  และส่วนขยายประโยคที่ไม่จำเป็น เช่น คำว่า  “อีกทั้ง”  “ซึ่ง”  “กับ”  “ต่อ”  เป็นต้น แต่ทั้งนี้ส่วนที่ละไว้ต้องไม่ทำให้ประโยคเหล่านี้มีความหมายผิดเพี้ยนไป

1.4 การใช้คำสแลง คำเฉพาะสมัย หรือคำที่สร้างภาพลักษณ์เกินจริง พาดหัวข่าวต้องดึงดูดความสนใจคนอ่านร่วมสมัย ดังนั้นภาษาที่ใช้จึงเป็นคำที่อยู่ในกระแสความนิยม มีสีสัน เกินจริง คำสแลง  หรือภาษาเฉพาะสมัยในรูปแบบต่าง ๆ ที่เป็นภาษาสนทนา หรือคำแสดงภาพพจน์ รวมทั้งสร้างคำใหม่ ๆ ขึ้นมาใช้ เช่น วัยจ๊าบ ซึ่งหมายถึงวัยรุ่น สาวอยากอึ๋ม ซึ่งหมายถึงผู้หญิง ที่ต้องการมีหน้าอกใหญ่ขึ้น วืด หรือ ชวด  ซึ่งหมายถึงพลาดเป้าหมายหรือไม่ได้ในสิ่งที่คาดหวังไว้ เป็นต้น

1.5 การใช้ฉายาหรือชื่อเล่นของบุคคล เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสีสันให้พาดหัวข่าว เพื่อดึงดูดความสนใจคนอ่าน ชื่อเล่นของบุคคลหรือฉายาที่ตั้งให้ใหม่นั้นมักสั้นกว่าชื่อจริง ทำให้พาดหัวข่าวกระชับและสั้นลง  สามารถพิมพ์ลงในคอลัมน์ที่มีความกว้างยาวจำกัดได้  แต่ทั้งนี้ มักเป็นชื่อเรียกหรือฉายาที่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปเพื่อไม่ให้ผู้อ่านสับสน

  1. การใช้ภาษาความนำข่าวหนังสือพิมพ์

ลักษณะการใช้ภาษาในความนำข่าวจะแตกต่างจากพาดหัวข่าวดังนี้

2.1 การใช้ประโยคสมบูรณ์แบบสั้น กระชับ ได้ใจความ ความนำข่าวที่ดีไม่ควรยืดยาวเกิน และไม่จำเป็นต้องเขียนรายละเอียดทั้งหมดในย่อหน้าเดียวก็ได้  แต่ควรเน้นประเด็นสำคัญ ที่ผู้อ่านอยากรู้มากที่สุดเป็นหลัก      นอกจากนี้การใช้ประโยคสั้นกระชับ มีผลทำให้การใช้คำตัดสั้น คำย่อ หรือการกร่อนคำ ในความนำข่าวจะไม่ละประธานของประโยค คำเชื่อม หรือส่วนขยายต่าง ๆ เพราะไม่มีข้อจำกัดในเรื่องจำนวนบรรทัดและความกว้างยาวของคอลัมน์ ดังนั้นการเขียนความนำส่วนใหญ่จึงมักเขียนในรูปประโยคที่สมบูรณ์

2.2 การใช้คำแสดงภาพลักษณ์ และภาษาเฉพาะสมัย ความนำข่าวมีจุดประสงค์ดึงดูดความสนใจของคนอ่านให้อยากติดตามข่าวอย่างต่อเนื่องจนจบ ดังนั้นจึงใช้ภาษาแสดงภาพลักษณ์หรือให้สีสันเกินจริง ตลอดจนคำสแลงหรือภาษาเฉพาะ สมัยสอดแทรกไว้คล้ายในพาดหัวข่าว  และมักพบในข่าวเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่มีความเคลื่อนไหว มุ่งเร้าอารมณ์ผู้อ่าน เช่น ข่าวอาชญากรรม ข่าวอุบัติเหตุ ข่าวสงคราม เป็นต้น

2.3 การใช้ฉายาหรือชื่อเล่นของบุคคล  เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน จึงมีการใช้ฉายา  หรือชื่อเล่นบุคคลที่เป็นข่าวเหมือนกับที่ใช้ในพาดหัว แต่หนังสือพิมพ์เชิงคุณภาพ มักจะใช้ภาษาลักษณะนี้ ในความนำข่าวน้อยกว่าโดยเฉพาะข่าวหนัก อาทิ ข่าวการเมือง ข่าวเศรษฐกิจ หรือข่าวสิ่งแวดล้อม จะมีการใช้ฉายาหรือชื่อเล่นของบุคคลในข่าวน้อยกว่าเมื่อเทียบกับข่าวสังคม ข่าวกีฬาและข่าวบันเทิงที่เป็นข่าวเบา

2.4 การใช้ภาษาสนทนา โดยทั่วไปภาษาข่าวมักเป็นภาษากึ่งทางการหรือกึ่งแบบแผน แต่อาจใช้ภาษาสนทนา หรือภาษาพูดแทนภาษาเขียน ส่วนใหญ่มักพบในความนำข่าวที่หยิบยกคำพูด ของบุคคลที่ตกเป็นข่าวมาเขียนเป็นความนำ เพื่อสะท้อนอารมณ์ของเรื่อง หรือแสดงความรู้สึก ของบุคคลที่เป็นข่าวได้

  1. การใช้ภาษาเนื้อข่าวหนังสือพิมพ์

3.1 ลักษณะเนื้อหาข่าว แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ

3.1.1 แบบให้ข้อเท็จจริง (Fact story) ใช้ภาษาเขียนแบบอธิบายความ หรือบรรยายข้อเท็จจริงของเรื่องที่เกิดขึ้น การใช้ภาษานิยมใช้เชิงบรรยายโวหาร และกึ่งทางการ เหมาะสำหรับข่าวที่มีข้อมูลมาก เช่น รายงานผลการประชุมคณะรัฐมนตรี การประกาศนโยบายของรัฐ รายงานการวิจัยทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ ตัวเลขสถิติ ข้อมูล งบประมาณ ตลาดหุ้น เป็นต้น

3.1.2 แบบแสดงการเคลื่อนไหว (Action story) เป็นการเขียนที่เหมาะกับข่าว  หรือเหตุการณ์ที่มีความเคลื่อนไหว มักใช้ภาษาเชิงพรรณนาให้เห็นภาพเหตุการณ์หรือการกระทำที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะข่าวอาชญากรรม ข่าวสงคราม การแข่งขันกีฬา เหตุอุทกภัย เพลิงไหม้ ระเบิด หรืออุบัติเหตุ  เป็นต้น

3.1.3 แบบกล่าวอ้างคำพูด (Qoute story) เป็นการเขียนที่ใช้ภาษาสนทนามากกว่าภาษาเขียน เพราะเนื้อความข่าวแบบนี้อ้างอิงคำพูดของบุคคลในข่าวเป็นส่วนใหญ่ เหมาะสำหรับข่าวงานสัมมนา การสัมภาษณ์ การอภิปราย สาระของข่าวอยู่ที่คำพูดของบุคคลในข่าว

3.2 ลักษณะการใช้ภาษาในเนื้อข่าว

การใช้ภาษาในเนื้อข่าวแม้จะคล้ายความนำข่าวมากกว่าพาดหัวข่าวแต่ก็มีความแตกต่างบางประการดังนี้

3.2.1 ระดับภาษา เนื้อข่าวโดยทั่วไปใช้ภาษาเป็นทางการ แต่ข่าวแบบที่มีลีลาเคลื่อนไหวใช้ภาษากึ่งทางการและเขียนเชิงพรรณนามากกว่าบรรยายสอดแทรกในเนื้อเรื่องของข่าว เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจหรือเห็นภาพเหตุการณ์ได้มากขึ้น ส่วนภาษาสนทนาตลอดจนภาษาสแลง คำเฉพาะสมัยที่ใช้ในการสนทนาระหว่างบุคคลที่คุ้นเคย จะพบในรายงานข่าวบางประเภทที่เป็นไปเพื่อความบันเทิง  และความ  เร้าใจ เช่น ข่าวกีฬา ข่าวบันเทิง ข่าวสังคม เป็นต้น

3.2.2 รูปแบบประโยค แม้เนื้อข่าวจะเป็นส่วนที่ให้รายละเอียดทั้งหมดของสิ่งที่ควรปรากฏเป็นข่าว แต่ผู้สื่อข่าวไม่ควรเขียนให้เยิ่นเย้อ มากเกินความจำเป็นจนกลายเป็นบทพรรณนา  นิยมใช้ประโยคสั้นมากกว่า ประโยคยาว หรือประโยคซ้อน ขณะเดียวกันก็ไม่นิยมใช้คำตัดสั้น คำกร่อน หรือคำย่อที่ไม่เป็นไปตามแบบแผน หากเป็นคำใหม่ก็ใช้คำเต็มและวงเล็บคำย่อตามหลังในการใช้ครั้งแรก จากนั้นก็ใช้คำย่อในการเขียนครั้งต่อไป

3.2.3 การใช้ภาษาเชิงวิพากษ์ ข่าวเป็นการรายงานข้อเท็จจริง จึงควรหลีกเลี่ยงภาษาเชิงวิพากษ์วิจารณ์ไม่ว่าลักษณะใด ๆ เช่น กระทบกระเทียบ ประชดประชัน เสียดสี เนื่องจากผิดคุณลักษณะข่าวที่ถูกต้อง

 แหล่งข้อมูล : http://www.ipesp.ac.th/learning/thai/chapter8-3.html

Advertisements

ผู้เขียน:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s