พันธกิจของภาษา

พันธกิจของภาษา

 . ภาษาช่วยธำรงสังคม สิ่งที่ใช้แสดงกฎเกณฑ์ทางสังคม ก็คือ ภาษา  สังคมจะธำรงอยู่ได้ด้วยเหตุผล ๓ ประการ คือ มนุษย์มีไมตรีต่อกัน เช่นการทักทายปราศรัย มนุษย์ปฏิบัติตามกฎระเบียบของสังคม และมนุษย์ประพฤติตนให้เหมาะแก่ฐานะของตน เช่น การใช้ภาษาตามฐานะในสังคมและใช้ให้เหมาะสมกับความสัมพันธ์กับผู้อื่น หรือบทกวีที่ช่วยธำรงสังคม เช่น

         “อันจระเข้เต่าปลาพึ่งวาริน  สกุณบินร่อนเร่พึ่งเวหา

    ทารกเล็กเด็กน้อยพึ่งมารดา  คนเข็ญใจไพร่ฟ้าพึ่งบารมี”

. ภาษาแสดงความเป็นปัจเจกบุคคล ปัจเจกบุคคล หมายถึง ลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล รวมถึงอุปนิสัย อารมณ์ รสนิยม สติปัญญา ความคิด ทรรศนะ ภาษาของแต่ละคนที่แสดงออกจะสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะของความเป็นปัจเจกบุคคล

เช่น “ฉันเหนื่อยเหลือเกิน ฉันไม่เดินต่อไปอีกแล้ว” (คนพูดยึดตัวเองเป็นที่ตั้ง),

เหนื่อยได้ยินไหม เหนื่อยจะตายอยู่แล้วยังจะให้เดินอีก”  (คนพูดชอบตำหนิผู้อื่น),

เหนื่อยจังเลย หยุดพักก่อนเถอะ”  (คนพูดชอบชักชวนหรือเสนอแนะ)

. ภาษาช่วยให้มนุษย์พัฒนา มนุษย์แต่ละคนย่อมมีประสบการณ์และความคิดเห็นต่างกัน เมื่อมีการเผยแพร่และถ่ายทอดกันต่อๆไปโดยอาศัยภาษา ทำให้มีผู้รู้มากขึ้นและความรู้ก็เผยแพร่ขยายออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ สังคมมนุษย์จึงพัฒนาต่อเนื่องมาตลอด เช่นภาษาพัฒนาความคิดและถ่ายทอดความคิดมนุษย์ ตัวอย่าง  

ปลาร้าพันห่อด้วย ใบคา
ใบก็เหม็นคาวปลา คละคลุ้ง
คือคนหมู่ไปหา คบเพื่อน พาลนา
ได้แต่ร้ายร้ายฟุ้ง เฟื่องให้เสียพงศ์
ใบพ้อพันห่อหุ้ม กฤษณา
หอมระรวยรสพา เพริศด้วย
คือคนเสพเสน่หา นักปราชญ์
ความสุขซาบฤาม้วย ดุจไม้กลิ่นหอม

 . ภาษาช่วยกำหนดอนาคต มนุษย์ใช้ภาษาเพื่อดำเนินมาตรการหรือเตรียมรับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ภาษาเพื่อกำหนดอนาคตให้ได้ดังประสงค์นั้น ผู้ใช้ต้องมีความสามารถในการใช้ภาษา อาจใช้ในรูปแบบของการวางแผน การทำสัญญา การพิพากษา การดำเนินมาตรการ การพยากรณ์ เช่น

“เย็นนี้คุณพ่อซื้อเค้กหน้าปากซอยมาให้ด้วยนะ”

“พรุ่งนี้ต้องซ่อมรถให้เสร็จนะ”

พลาง ธ ให้ตรวจเตรียมพล โดยสถลพยุหบาตร บอกพระราชกำหนด กฎแก่ขุนทัพขุนพล จักยกพหลยาตรา ในเวลาค่ำเป็นต้น

 ๕. ภาษาช่วยจรรโลงใจ จรรโลงใจ หมายถึง ค้ำจุนจิตใจไว้ให้มั่นคง ใช้ได้กับทั้งสิ่งที่เป็นนามธรรมและรูปธรรม การจรรโลงใจจึงหมายถึงการค้ำจุนจิตใจให้เบิกบานมั่นคง ไม่ตกไปข้างอำนาจฝ่ายต่ำ เช่น การร้องเพลง การพูดให้ขบขัน หรือต้องการจรรโลงใจจากนิทาน บทกวี สุนทรพจน์ สุภาษิต คำขวัญ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ต้องการการร้อยเรียงทางภาษาทั้งสิ้น

            นักภาษาศาสตร์มีความเชื่อว่าภาษากำเนิดจากมนุษย์นั่นเอง ภาษามีความสำคัญต่อมนุษย์ ภาษานอกจากมีความสำคัญต่อมนุษย์แล้ว มนุษย์ก็อาจตกอยู่ใต้อิทธิพลของภาษาด้วย เพราะว่ามนุษย์มิได้คำนึงว่า ภาษาเป็นเพียงสัญลักษณ์ มนุษย์เชื่อว่ามีคำศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถบันดาลให้เกิดสิ่งที่พึงปรารถนาและไม่พึงปรารถนา มนุษย์มักชื่นชมหรือรังเกียจสิ่งใดก็ตามที่มีความหมายหรือมีเสียงของคำคล้ายคลึงกับสิ่งที่ตนนิยมหรือรังเกียจ เช่น “มาลัยเจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องร้อยด้วยดอกรักและดอกบานไม่รู้โรย” “ฉันตั้งชื่อลูกว่า “จงพิพัฒน์” เพื่อเขาจะได้เจริญก้าวหน้าในชีวิต” “ถึงบ้านงิ้วหวิวจิตให้คิดขาม เห็นแต่หนามเข้าประเดี๋ยวยังเสียวอก” , “ถึงบางระกำโอ้กรรมระยำใจ เคราะห์กระไรถึงมาร้ายไม่วายเลย”

(ข้อมุลจาก https://sites.google.com/site/khwamruphasathai/home/phanth-kic-khxng-phasa)

 อิทธิพลของภาษาต่อมนุษย์ หรือ พลังของภาษา  clickhere (1)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s