ยาม & หน่วยความยาว

ยาม

   ยาม เป็นการนับเวลากลางคืนของไทยในสมัยโบราณ แต่คำว่า “ยาม” เป็นคำจากภาษาบาลี ซึ่งออกเสียงว่า ยา-มะ

ยามในคติของบาลี แบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลา ช่วงเวลาละ 4 ชั่วโมง คือ

  • ปฐมยาม หรือ ยามแรก ได้แก่ช่วงเวลา 18.00-22.00 น.
  • มัชฉิมยาม หรือ ยามกลาง ได้แก่ช่วงเวลา 22.00-02.00 น. และ
  • ปัจฉิมยาม หรือ ยามสุดท้าย ได้แก่ช่วงเวลา 02.00-06.00 น.

ยามในคติของสันสกฤต แบ่งออกเป็น 4 ช่วงเวลา ช่วงเวลาละ 3 ชั่วโมง คือ

  • ปฐมยาม    ตั้งแต่ย่ำค่ำ คือ 18 นาฬิกา ถึง 3 ทุ่ม (21 นาฬิกา) เป็นยามที่ 1
  • ทุติยยาม   หลังจาก 21 นาฬิกา หรือ 3 ทุ่ม ไปถึง 24 นาฬิกา หรือ เที่ยงคืน เราเรียกว่า ยาม 2 หรือ 2 ยาม
  • ตติยยาม   หลัง 24 นาฬิกา ไปถึงตี 3 (3 นาฬิกา) เราเรียกว่า ยาม 3
  • ปัจฉิมยาม  หลังจากตี 3 ไปจนย่ำรุ่ง หรือ 6 นาฬิกา เราเรียกว่า ยาม 4 ซึ่งเป็นยามสุดท้ายของคืน

ซึ่งในประเทศไทยจะนิยมนับตามคติของสันสกฤต แต่อย่างไรก็ตาม ในวรรณคดีบางเรื่องก็นับตามคติของบาลี เช่น จากเรื่องมงคลสูตรคำฉันท์

                   อถ โข อญฺญตรา  เทวตา
          ครั้งนั้นแลเทวดา                               องค์หนึ่งมหา-
          นุภาพมหิทธิ์ฤทธี
                   อภิกกนฺตาย รตฺติยา  อภิกฺกนฺตวณฺณา
          ล่วงประถมยามาตรี                           เธอเปล่งรัศมี
          อันเรืองระยับจับเนตร

วิธีนับเวลาตามประเพณีไทย แบ่งเป็น 3 ช่วงหลัก คือ โมง ทุ่ม และตี

  • โมง หมายถึง วิธีนับเวลาตามประเพณีในเวลากลางวัน ถ้าเป็นเวลาก่อนเที่ยงวัน ตั้งแต่ 7 นาฬิกา ถึง 11 นาฬิกา เรียกว่า โมงเช้า ถึง 5 โมงเช้า ถ้าเป็น 12 นาฬิกา นิยมเรียกว่า เที่ยงวัน ถ้าหลังเที่ยงวัน ตั้งแต่ 13 นาฬิกา ถึง 17 นาฬิกา เรียกว่า บ่ายโมง ถึง บ่าย 5 โมง ถ้า 18 นาฬิกา นิยมเรียกว่า 6 โมงเย็น หรือ ยํ่าคํ่า
  • ทุ่ม หมายถึง วิธีนับเวลาตามประเพณีสำหรับ 6 ชั่วโมงแรกของกลางคืน ตั้งแต่ 19 นาฬิกา ถึง 24 นาฬิกา เรียกว่า 1 ทุ่ม ถึง 6 ทุ่ม แต่ 6 ทุ่ม นิยมเรียกว่า สองยาม
  • ตี หมายถึง วิธีนับเวลาตามประเพณีในเวลากลางคืน หลังเที่ยงคืน ตั้งแต่ 1 นาฬิกา ถึง 6 นาฬิกา เรียกว่า ตี 1 ถึง ตี 6 แต่ตี 6 นิยมเรียกว่า ยํ่ารุ่ง

ชื่อเรียกต่างๆ เหล่านี้มาจากเสียงของการบอกเวลาแต่โบราณ ซึ่งใช้ฆ้องในการบอกโมงยามในเวลากลางวัน และใช้กลองในเวลากลางคืน คำว่า “โมง” อันเป็นเสียงเลียนธรรมชาติของเสียงฆ้อง และ “ทุ่ม” ซึ่งเป็นการเลียนเสียงกลอง  “ตี” เป็นคำกริยาสามารถหมายถึงทำให้เกิดเสียงส่วน “เช้า” และ “บ่าย” เป็นคำช่วยแบ่งครึ่งช่วงกลางวัน

ชั่วโมงที่หกของแต่ละส่วนนั้นเรียกโดยใช้คำแตกต่างกัน ชั่วโมงที่หกที่ตรงกับรุ่งเช้านั้นจะเรียกว่า ย่ำรุ่ง ชั่วโมงที่หกในช่วงเย็นนั้นจะเรียกว่า ย่ำค่ำ ซึ่งทั้งสองคำหมายถึงการตีฆ้องหรือกลองเป็นลำดับเพื่อบอกให้ทราบถึงการเปลี่ยนช่วงเวลา (ย่ำ) ส่วน รุ่ง และ ค่ำ หมายถึง ช่วงเช้าและช่วงเย็น ที่ใช้แสดงถึงเวลา ช่วงที่อยู่กลางกลางวันและกลางคืนเรียกว่า เที่ยงวัน และ เที่ยงคืน ตามลำดับ

ยามของจีน  ยามเวลาของจีน  ใน 1 วัน แบ่งออกเป็น 12 ยาม ยามละ 2 ชั่วโมง วันหนึ่ง 12 ยาม เท่ากับ 24 ชั่วโมง ดังนี้
1. ยาม จื้อ (จื่อ) เท่ากับ เวลา 23.00 น. จนถึง 24.59 น.
2. ยาม ทิ่ว (โฉ่ว) เท่ากับ เวลา 01.00 น. จนถึง 02.59 น.
3. ยาม อิ๊ง (อิ๋น) เท่ากับ เวลา 03.00 น. จนถึง 04.59 น.
4. ยาม เบ้า (เหม่า) เท่ากับ เวลา 05.00 น. จนถึง 06.59 น.
5. ยาม ซิ้ง (เฉิน) เท่ากับ เวลา 07.00 น. จนถึง 08.59 น.
6. ยาม จี๋ (ซื่อ) เท่ากับ เวลา 09.00 น. จนถึง 10.59 น.
7. ยาม โหง้ว (อู่) เท่ากับ เวลา 11.00 น. จนถึง 12.59 น.
8. ยาม บี่ (อุ้ย) เท่ากับ เวลา 13.00 น. จนถึง 14.59 น.
9. ยาม ซิง (เซิน) เท่ากับ เวลา 15.00 น. จนถึง 16.59 น.
10. ยาม อิ้ว (อิ่ว) เท่ากับ เวลา 17.00 น. จนถึง 18.59 น.
11. ยาม สุก (ซวี) เท่ากับ เวลา 19.00 น. จนถึง 20.59 น.
12. ยาม ไห (ไฮ่) เท่ากับ เวลา 21.00 น. จนถึง 22.59 น.

   หน่วยความยาวของไทย

หน่วยความยาวของไทย พัฒนาการมาจากการใช้สิ่งแวดล้อม และ ร่างกายในการวัด เช่น

8 ปรมาณู เป็น 1 อณู
5 อณู เป็น 1 ธุลี
8 ธุลี เป็น 1 เส้นผม
8 เส้นผม เป็น 1 ไข่เหา
8 ไข่เหา เป็น 1 ตัวเหา
8 ตัวเหา เป็น 1 เม็ดข้าว
8 เม็ดข้าว เป็น 1 นิ้ว
12 นิ้ว เป็น 1 คืบ
2 คืบ เป็น 1 ศอก
4 ศอก เป็น 1 วา
20 วา เป็น 1 เส้น
400 เส้น เป็น 1 โยชน์ (ประมาณ 16 กิโลเมตร)

  หน่วยความยาวของจีนโบราณ

ลี้  ลี้นั้นเป็นความยาวของระยะทางประมาณครึ่งกิโลเมตรหรือ 500 เมตร

เชียะ (บางทีก็เขียนเป็น เฉียะ หรือ เฉี้ยะ) ยาวเท่ากับ 33.33 ซม.

เรามักจะพบหน่วยความยาวของจีนได้ในนวนิยายจีนกำลังภายในหลายๆเรื่อง

  หน่วยความยาวของอินเดีย

ทัณฑะ (อ่านว่า ทันดะ)     1 ทัณฑะ เท่ากับ 2 ศอก

วยามะ มีความยาวเท่ากับ 1 วา

ยัฐิ (อ่านว่า ยัด-ถิ)  เท่ากับ 1 วา 1 ศอก, 20 ยัฐิ เป็น 1 อุสภ

อุสภ  (อ่านว่า อุ-สบ)  เท่ากับ  1 เส้น 5 วา, 80 อุสภ เป็น 1 คาวุต

คาพยุต (อ่านว่า คาพะยุด) เทียบเท่า 4000 ทัณฑะ หรือ 2 โกรศ หรือ 1 ใน 4 ของโยชน์เท่ากับ 400 เส้น คำนี้ใช้ว่า คาวุต ก็ได้

โกรศ  (อ่านว่า โกรด)  เท่ากับ 500 คันธนู

วรรณคดีไทยที่พบคำศัพท์เกี่ยวกับหน่วยความยาวของอินเดีย เช่นเรื่องนิทานเวตาล เป็นต้น

           

แหล่งข้อมูล  https://th.wikipedia.org  ,  http://www.royin.go.th/

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s