Posted in การแต่งคำประพันธ์, Uncategorized

กลอนหัวเดียว

กลอนหัวเดียว click3

            หมายถึง  กลอนที่มีคำสุดท้ายของวรรคหลังลงด้วยเสียงสระและเสียงพยัญชนะตัวสะกดเสียงเดียวกันทุกคำกลอน เช่น ลงด้วยเสียงสระไอ เรียกว่า กลอนไล เป็นต้น

กลอนหัวเดียวมักพบในเพลงพื้นบ้านภาคกลาง 

            เพลงพื้นบ้านมีลักษณะคำประพันธ์ร้อยกรองที่จัดจังหวะคำและสัมผัสง่ายๆ ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว ดังเช่นรูปแบบของเพลงพื้นบ้านภาคกลาง นิยมคำกลอนที่ลงท้ายด้วยสระเสียงเดียวกันไปเรื่อยๆ เป็นสัมผัสคล้องจองกันที่เสียงสระ ไม่ใช่รูปสระ ที่นักวิชาการเรียกว่า “กลอนหัวเดียว” แต่พ่อเพลงแม่เพลง (ผู้ร้องเพลงพื้นบ้านฝ่ายชาย-ฝ่ายหญิง) นิยมเรียกว่า กลอนไล กลอนลา กลอนลี

ตัวอย่าง กลอนไล

           กลอนไลเป็นที่นิยมเพราะหาคำได้มาก คือ คำสุดท้ายของวรรคหลังลงท้ายด้วยเสียงสระไอทุกคำ และใช้รูปสระได้ทั้ง ไอ ใอ อาย

ธรรมเนียมออกป่า ละก็ต้องชมนก ว่าธรรมเนียมเขารก  ละก็ต้องชมไม้
ก็นั่นยี่โถกระถิน  ซ่อนกลิ่นมีถม  ก็โน่นแน่ะลั่นทม  อยู่ในเมืองไทย
ต้นทองสองต้น  ก็ขึ้นอยู่ริมทาง  ก็ลอบเข้าถากเข้าถาง ว่าจะปลูกไปขาย
ทั้งใต้ต้นกระท้อน  มีทั้งดงกระทือ  พี่ขี้เกียจจะถือ  ทั้งแม่จะถอนเอาไป
โน่นแน่ะต้นกระเบา  ขึ้นอยู่ที่คันบ่อ  ต้นบัวรูบ๋อ  มันอยู่ในบ่อหนึ่งใบ
อุ๊ยในบ่อมีบอน   จะตัดแบกไปบ้าน  แกงกินเสียให้บาน  เชียวนะตะไท
(เพลงฉ่อย  สำนวนนายเผื่อน  โพธิ์ภักตร์)

ตัวอย่าง กลอนลา (กลอนลา คือ คำสุดท้ายของวรรคหลังลงท้ายด้วยเสียงสระอาทุกคำ)

จะยกบายศรีขึ้นสี่มุม     ลูกจะไหว้พระภูมิที่นา
ไหว้ทั้งแม่ข้าวเจ้า ทั้งแม่ข้าวเหนียว เสียแหละ เมื่อลูกนี้เที่ยวกันมา
ลูกจะไหว้แม่โพสพ สิบนิ้วนอบนบ  นั่งหน้า
ขอให้มาเป็นมงคล มาสวมบนเกศา    
กันแต่เมื่อเวลานี้เอย
(เพลงเรือ  สำนวนนางบัวผัน จันทร์ศรี)

ตัวอย่าง กลอนลี (กลอนลี คือ คำสุดท้ายของวรรคหลังลงท้ายด้วยเสียงสระอีทุกคำ)

     เอิงเอย ถ้อยคำร่ำไข ว่ากันในกลอนลี
ไอ้เกียนก็หักลงคาห้วย    เรียกน้องมาช่วยพี่ที
ขอปูนสักเต้า    จะทาข้อเพลากันเสียให้ดี
ฉันอั้นอ้นจนใจ    จะทำยังไงกันขาพี่
ฉันไม่ใช่คนสุพรรณ    ทั้งมีดทั้งขวานแม่ก็ไม่มี                                
(เพลงเต้นกำ  สำนวนนางบัวผัน  จันทร์ศรี)

              กลอนที่นิยมใช้กันมากในเพลงพื้นบ้านภาคกลาง ได้แก่ กลอนไล กลอนลา กลอนลี ตามชื่อที่พ่อเพลงแม่เพลงเรียก นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายกลอน เช่น กลอนลัน กลอนลัว กลอนลูด กลอนติ๊ด กลอนแชะ สุดแล้วแต่ผู้ร้องจะคิดประดิษฐ์ขึ้นมา เพลงพื้นบ้านของภาคอื่นๆ ก็มีลักษณะคำประพันธ์คล้ายกับภาคกลาง คือ มีการลงเสียงสัมผัสท้ายวรรคเช่นเดียวกับกลอนหัวเดียว โดยให้ความสำคัญกับเสียง และจังหวะการร้อง มากกว่าความเคร่งครัดในจำนวนคำและสัมผัส

(ข้อมูลจาก http://www.saranukromthai.or.th/sub/book/book.php?book=34&chap=2&page=t34-2-infodetail03.html)

ตัวอย่าง กลอนหัวเดียว ในเพลงฉ่อย

                        เพลงฉ่อย  ศิษย์ครู ในยุคปัจจุบัน

เออ เอิง ชะ เงอ  เงิง  เอย

   ประนมนิ้วขึ้นประณต  ขึ้นจรดเศียร ธูปเทียนบูชา ยกขึ้นน้อมไหว้

   วันนี้ละจะขอ   ร้องเพลงฉ่อย  ให้ครูฟังเสียหน่อย   ก็พอชื่นใจ

   พูดถึงคุณครู   ของกระผมนี้     ท่านแสนใจดี        เสียนี่กระไร
   จะนั่งจะนอน      ท่านก็ไม่ว่า    เข้าห้องเรียนช้า    ละก็ย่อมได้
   ถึงเวลาตัดเกรด   ก็แสนใจดี    เกรดศูนย์ทุกที    ท่านยื่นให้   
(ลง)    แต่ถึงยังไง  ผมก็รักครู    ผมจะขอเชิดชู     ไปจน…ตาย

   เอ่ชา  เอชา  ชาละชาชา  หนอยแม่

    ครูสอนปาว ๆ  อยู่ตรงหน้าห้อง  ค่อย ๆ เดินย่อง   ออกหลังไป

    ครูโมโห     เอาไม้วิ่งไล่ตี   ไอ้ลูกศิษย์ตัวดี   ก็ร้องไห้
    กลับบ้านเอาไป  ฟ้องพ่อฟ้องแม่  เช้ามาวิ่งแร่    หาว่าครูใจร้าย
    พอถึงเวลา   เรียนภาษาอังกฤษ  ก็เอาเลขคณิต  ขึ้นมาลอกกันใหญ่

(ลง) ไม่เห็นโลงศพ  ก็ไม่หลั่งน้ำตา  ติดศูนย์ขึ้นมา   แล้วจะเสีย…ใจ

   ครูสอนเราให้      ละใฝ่ค้นคว้า   เราก็ก็อบปี้มา     แล้วก็ส่งไป
   เปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่   ละก็นิดหน่อย   นึกว่าครูอ่อนด้อย  จำไม่ได้
   ปรับขนาดหัวข้อ     เว้นวรรคตอน   รูปแบบตัวอักษร   เราก็เปลี่ยนใหม่
   ใส่ปกเข้าเล่ม      เอาไปส่งครู    พอจะออกประตู   โดนเขวี้ยงใส่
 (ลง)   ลูกศิษย์หันมา    ทำหน้าเอ๋อ ๆ   นึกว่าครูเซ่อ   หรือไอ้..ควาย 

    เรียนวิชาพละ       ก็ว่าครูบ่นเก่ง  เรียนคณิตก็เคร่ง   เครียดลงไส้
    เรียนวิทย์คุณครู     ก็เคี้ยวเขี้ยว   ภาษาไทยเหี่ยว   แถมมีพุงใหญ่
    สังคมสั่งงาน   กันเสียบานเบอะ    ครูอังกฤษมีเยอะ      แต่ก็บิ๊กไซซ์   
    ศิลปะดนตรี   ขี้เกียจฝึกฝน    การงานเข้มข้น     ยิ่งไปกันใหญ่      
(ลง)   วิชาอะไร  ก็ไม่อยากเรียน   ไม่อ่านไม่เขียน   อยากเป็น…ควาย
    คุณครูตั้งใจ   ละสั่งสอนศิษย์  ให้มีชีวิต       ละอันสดใส
    ทั้งวิชาความรู้  ครูก็ให้หมด    ฝ่ายศิษย์นั่งจด   แต่ก็จำไม่ได้
    พอจะสอบมิดเทอม   ไฟนอลที    ไอ้ความรู้ที่มี   ก็คืนครูเขาไป 
    ลูกศิษย์ตัวดี  ละก็แสนอ้อน   คุณครูใจอ่อน   อดช่วยไม่ได้
(ลง)  เพราะความผูกพัน  ครูกับลูกศิษย์  มันเป็นกรรมลิขิต ของครู…ไทย 

      เอ่ชา    เอชา   ชาละฉ่าชา  หนอยแม่

….. อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/428177

แผนผังกลอนหัวเดียว

กลอนเพลงฉ่อย

Advertisements

ผู้เขียน:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s